การควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าว

 

ชีววิทยา  และวงจรชีวิตของหนอนหัวดำมะพร้าว

           หนอนหัวดำมะพร้าว  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Opisina arenosella Walker     มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Coconut black-headed caterpillar ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดลำตัววัดจากหัวถึงปลายท้อง ยาวประมาณ 1 - 1.2 เซนติเมตร   ปีกสีเทาอ่อน มีจุดสีเทาเข้มที่ปลายปีก ลำตัวแบนชอบเกาะนิ่งแนบตัวติดผิวพื้นที่เกาะ เวลากลางวันจะเกาะนิ่งหลบอยู่ใต้ใบมะพร้าวหรือในที่ร่ม ผีเสื้อเพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้เล็กน้อย จากการศึกษาการเจริญเติบโต ของหนอนหัวดำ พบว่า ระยะหนอน  32 - 48 วัน มีการลอกคราบ 6 - 10 ครั้ง โดยระยะหนอนแต่ละวัยมีระยะเวลาเจริญเติบโตแตกต่างกัน

 

 

 
ไข่
หนอน
 
   
ดักแด้
ตัวเต็มวัย
 


ตารางที่ 1 แสดงระยะการเจริญเติบโตของหนอนหัวดำมะพร้าว

ระยะการเจริญเติบโต

ช่วงเวลา

เฉลี่ย

ระยะไข่

4 - 5 วัน

-

ระยะหนอน     วัยที่ 1

3 - 5

3.81

            วัยที่ 2

4 - 8

5.07

            วัยที่ 3

3 - 6

4.52

            วัยที่ 4

2 - 5

3.88

            วัยที่ 5

3 - 12

5.24

            วัยที่ 6

3 - 9

4.32

            วัยที่ 7

3 - 9

5.52

            วัยที่ 8

5 - 10

6.95

            วัยที่ 9

5 - 10

7.78

            วัยที่ 10

8 - 9

8.33

รวมระยะหนอน

32 - 48

41.92

ระยะดักแด้

9 - 11

10.24

ระยะตัวเต็มวัย

3 - 10

5.73

          จากการศึกษาพฤติกรรมการวางไข่ของผีเสื้อหนอนหัวดำ พบว่าผีเสื้อเพศเมียเริ่มวางไข่ 2 วัน หลังออกจากดักแด้ และวางไข่ทุกวันติดต่อกันไปประมาณ 4 - 6 วัน จากนั้น ผีเสื้อเพศเมียจะเริ่มตาย โดยเฉลี่ยผีเสื้อหนอนหัวดำวางไข่ตัวละ 49 - 490 ฟอง เฉลี่ย  303.87 ฟอง


ลักษณะการทำลาย
          ตัวหนอนกัดแทะผิวใบแก่และสร้างใยถักพันโดยใช้มูลที่ถ่ายออกมาผสมกับเส้นใยที่สร้างขึ้นทำเป็นอุโมงค์ยาวตามแนวของใบมะพร้าว คล้ายอุโมงค์ทางเดินของปลวก  ตัวหนอนจะอาศัยอยู่ในอุโมงค์ที่สร้างขึ้นและแทะกินผิวใบตามทางยาวของอุโมงค์ ตัวหนอนที่โตเต็มที่จะถักใยหุ้มลำตัวอีกครั้งและเข้าดักแด้อยู่ภายในอุโมงค์ ดักแด้มีสีน้ำตาลเข้ม
          ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดลำตัวยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เพศผู้มีขนาดเล็กกว่าเพศเมียเล็กน้อย  การระบาดเข้าทำลายมะพร้าวที่เกิดอย่างรุนแรง  จะทำให้ผลผลิตมะพร้าวลดลงมากกว่าร้อยละ 50 หากเกิดระบาดรุนแรงติดต่อกันนาน จะทำให้ต้นมะพร้าวตายได้

ลักษณะของใบมะพร้าวที่ถูกทำลาย

ลักษณะของใบมะพร้าวที่ถูกทำลาย                ลักษณะต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำทำลายอาการรุนแรง

ลักษณะต้นตาลฟ้าที่ถูกทำลายรุนแรง


ลักษณะใบต้นตาลที่ถูกหนอนหัวดำทำลายอาการรุนแรง

 

พืชอาหารของหนอนหัวดำ
          พบว่าหนอนหัวดำมะพร้าว ลงทำลายพืชหลายชนิด    ได้แก่ มะพร้าว  ตาลโตนด  ตาลฟ้า  
ปาล์มหางกระรอก  ปาล์กแวกซ์  จั๋ง  หมากเขียว อินทผลัม และกล้วยพัฒนาสายพันธุ์ ร้าว

ประวัติการระบาด    
พบว่า หนอนหัวดำลงทำลายมะพร้าวตาลโตนด และกล้วย  ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  พื้นที่อำเภอเมือง อำเภอกุยบุรี  อำเภอทับสะแก  อำเภออ่าวน้อย  อำเภอบางสะพาน และ อำเภอบางสะพานน้อย  พบลงทำลายมะพร้าว ตาลโตนด และปาล์มประดับ    จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง พบลงทำลายมะพร้าวจังหวัดนครสวรรค์ อำเภอชุมแสง  พบระบาดทำลายมะพร้าว  ตาลโตนด และกล้วย   จังหวัดปทุมธานี  อำเภอเมือง พบลงทำลายมะพร้าวจังหวัดนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด  พบลงทำลายตาลโตนด และปาล์มประดับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลเมืองเกาะสมุย อำเภอเมือง พบลงทำลายต้นมะพร้าว ตาลโตนด และปาล์มประดับ  จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปักธงชัย พบลงทำลายมะพร้าว และจังหวัดอุทัยธานี อำเภอเมืองพบลงทำลายมะพร้าว

การควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าว
          1. ตัดทางใบที่ถูกหนอนหัวดำทำลายมาเผา เพื่อทำลายหนอนหัวดำในระยะไข่ ระยะตัวหนอนและระยะดักแด้ โดยเกษตรกรต้องหมั่นเข้าไปสำรวจทางใบมะพร้าวถ้าพบมีการทำลายของหนอนหัวดำให้ตัดทางใบนั้นมาเผาทำลายทันที ส่วนในกรณีที่มีการระบาดรุนแรง ในต้นมะพร้าวต้นเดียวกันจะมีทางใบที่ถูกทำลายจนเป็นสีน้ำตาลทั้งทางใบและทางใบที่ถูกทำลายเป็นบางส่วน ควรตัดทางใบที่ถูกทำลายทั้งหมดมาเผา เกษตรกรบางรายจะไม่ยอมตัดทางใบมะพร้าวมาเผาทำลายเนื่องจากกลัวว่าต้นมะพร้าวจะตาย ข้อมูลทางวิชาการพบว่าถ้าต้นมะพร้าวยังมีทางใบเขียวที่สมบูรณ์อยู่บนต้น ตั้งแต่ 13 ทางใบขึ้นไปจะไม่กระทบต่อผลผลิตของมะพร้าว แต่ถ้ามีทางใบเขียวที่สมบูรณ์เหลืออยู่บนต้น 3 ใบ อาจทำให้ต้นมะพร้าวตายได้

       
วิธีตัดทางใบมาเผา         

          2. พ่นด้วยเชื้อ Bacillus  thruringiensis (Bt)  หลังจากตัดทางใบที่ถูกทำลายมาเผาแล้ว ตัวเต็มวัยของหนอนหัวดำซึ่งเป็นผีเสื้อจะมาวางไข่ใหม่บนทางใบสีเขียวที่เหลืออยู่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เชื้อ Bt ฉีดพ่นหนอนที่ฟักออกมาจากไข่ใหม่ จำนวน ๓ ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน ๗ – ๑๐ วัน โดยใช้เชื้อ Bt อัตรา 80-100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมด้วย สารจับใบตามอัตราแนะนำในฉลาก ไม่ควรฉีดพ่นในขณะที่มีแสงแดดจัดเพราะจะทำให้เชื้อ Bt อ่อนแอ ควรฉีดพ่นก่อนเวลา 10.00 น. และหลัง 16.00 น. และต้องใช้เชื้อ Bt ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วเท่านั้น

วิธีพ่นเชื้อ Bt

          3. ปล่อยแตนเบียนไข่ Trichogramma sp. เพื่อควบคุมระยะไข่ ของหนอนหัวดำ อัตราไร่ละ 10 แผ่นแผ่นละ ๒,๐๐๐ ตัว โดยปล่อย 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 2 สัปดาห์ โดยนำแผ่นแตนเบียนไข่ไปแขวนไว้กับต้นมะพร้าวหรือพืชอื่นๆ ภายในสวนมะพร้าวให้กระจายทั่วทั้งแปลง ควรใช้วัสดุหรือสารป้องกันมดไม่ให้มาทำลายแผ่นแตนเบียนและวัสดุกันแดด ฝน ก่อนที่แตนเบียนจะฟักเป็นตัวเต็มวัย

วิธีการปล่อยแตนเบียนไข่  Trichogramma  sp.
แตนเบียนไข่  Trichogramma  sp.

          4. ปล่อยแตนเบียนหนอน  Bracon hebetor เพื่อควบคุมระยะหนอน ของหนอนหัวดำ อัตราไร่ละ ๒๐๐ ตัว กระจายทั่วทั้งแปลง โดยปล่อย 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 2 สัปดาห์
        ทั้งนี้ก่อนและหลังการปล่อยแตนเบียนควรมีการสุ่มตัดทางใบมะพร้าวมาตรวจนับจำนวนไข่ หนอน และดักแด้ รวมทั้งแตนเบียนที่พบหลังการปล่อยควบคุมเพื่อเป็นข้อมูลในการปล่อยแตนเบียนในครั้งต่อๆไป

วิธีการปล่อยแตนเบียนหนอน    Bracon hebetor
แตนเบียนหนอน   Bracon hebetor

          5. ใช้สารเคมี emamectin benzoate 1.92 % EC ฉีดเข้าลำต้น อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อต้นซึ่งกรมวิชาการเกษตร ได้ทำการทดสอบโดยการเจาะลำต้นมะพร้าวสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร จำนวน 2 รู ให้รูอยู่ตรงกันข้ามกัน ขนาดกว้าง 4 หุน ลึก 10 เซ็นติเมตร ใส่สารรูละ 15 มิลลิลิตรแล้วใช้ดินน้ำมันอุดรูทันที  จากการตรวจสอบพิษตกค้างไม่พบพิษตกค้างในเนื้อและน้ำมะพร้าวทั้งในผลอ่อนและผลแก่ โดยแนะนำให้ฉีดเข้าลำต้น เฉพาะมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร ขึ้นไป ห้ามใช้กับมะพร้าวน้ำหอมและมะพร้าวกะทิเนื่องจากผลวิจัยนี้ยังไม่ครอบคลุมถึง

ใช้เครื่องตัดหญ้าดัดแปลงติดสว่านเจาะลำต้นตรงกันข้ามกันฝั่งละ 1 รู
ใช้เข็มฉีดยาดูดสารเคมี  ฉีดใส่ในรูที่เจาะไว้
ใช้ดินน้ำมันอุดรูหลังจากฉีดสารเคมีทันที

      

ที่มา: กรมวิชาการเกษตร