ปีที่ 10 ฉบับที่ 46 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2555

 

โรคเน่าเละผักตระกูลกะหล่ำ

         ในช่วงนี้สภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงและมีฝนตกในบางพื้นที่ทำให้มีความชื้นสูง สภาพอากาศร้อนความชื้นสูงเหมาะสำหรับการระบาดของโรคเน่าเละผักตระกูลกะหล่ำที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เกษตรกรที่ปลูกผักตระกูลกะหล่ำควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสามารถควบคุมโรคได้ทันที

         อาการของโรคเริ่มแรกจะเป็นจุดฉ่ำน้ำ ซึ่งจะเน่าอย่างรวดเร็วทำให้เนื้อเยื่อเปื่อยเละเป็นน้ำเยิ้มและส่งกลิ่นเหม็นภายในเวลา 2-3 วัน ผักจะเน่ายุบหายไปหมดทั้งต้นและหัว หรือแห้งเป็นสีน้ำตาลอยู่ที่ผิวดิน อาการเน่าจะเกิดที่ส่วนใดก่อนก็ได้ แต่โดยปกติจะเริ่มที่โคนก้านใบ หรือตรงกลางใบอ่อน เชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปทางบาดแผล ซึ่งเกิดจากหนอนทำลายไว้ก่อน นอกจากนี้ยังเกิดร่วมกับโรคไส้ดำหรือโรคโอกึ๋นคือ ไส้กลวงดำ แต่ไม่เน่าเละ จนกว่าจะมีเชื้อแบคทีเรียเน่าเละเข้าไป

การแพร่ระบาด

เชื้อกระจายไปตามน้ำ หรือแมลง เชื้อเข้าสู่พืชโดยทางบาดแผล ซึ่งอาจเกิดจากแมลงกัดกิน หรือการฉีกขาด การสัมผัสของเชื้อกับส่วนของพืช ติดไปกับเครื่องมือทางการเกษตร และอยู่ข้ามฤดูไปกับซากพืชที่เป็นโรค โรคนี้พบว่ามักจะเกิดร่วมกับโรคไส้กลวงดำ

สภาพที่เหมาะต่อการเกิดโรค

อุณหภูมิสูง ความชื้นสูง ปลูกพืชชิดกันเกินไป การทับกันของผักขณะทำการขนส่งหรือเก็บรักษา ผักช้ำหรือเป็นแผล

การป้องกันกำจัด

1. ไถพรวนดิน พลิกหน้าดินขึ้นตากก่อนทำการปลูกพืช
2. ทำลายต้นเป็นโรคโดนขุดถอนไปเผาทิ้ง
3. ปลูกพืชหมุนเวียน
4. อย่าทำให้พืชช้ำหรือเกิดแผล
5. ฉีดพ่นยาป้องกันแมลงและหนอนเพื่อไม่ให้พืชเป็นแผลลดการเข้าทำลายของเชื้อ
6. ใช้ปุ๋ยที่มีธาตุโบรอนผสมด้วย หรือฉีดพ่นธาตุโบรอนแต่เพียงอย่างเดียว ในอัตราปุ๋ยบอแรกซ์ 10-12 กรัมต่อน้ำ 1 ปีบ เมื่อผักเริ่มห่อหัวเพื่อป้องกันการเกิดโรคไส้กลวงดำ