หนู

หนู

หนู
หนูศัตรูข้าวที่สำคัญในประเทศไทย มี 6 ชนิดคือ

1. หนูพุกใหญ่หรือหนูแผง (Great Bandicoot) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bandicota indica (Bechstein) จัดเป็นหนูศัตรูข้าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด น้ำหนักตัวเต็มวัยประมาณ 400-600 กรัม ขนตามลำตัวมีสีดำ บางครั้งอาจมีสีน้ำตาล บริเวณด้านหลังจะมีขนแข็งโผล่ออกมาเห็นได้ชัด เท้ามีสีดำ ท้องสีเข้ม หน้าค่อนข้างสั้น เท้าหลังจะมีความยาวมากกว่า 50 มิลลิเมตร
หนูพุกเล็ก (Lesser Bandicoot) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bandicota savilei (Thomas) มีลักษณะคล้ายหนูพุกใหญ่มาก ทั้งนิสัยชอบขู่และลักษณะสีขนตามลำตัว แต่ต่างกันที่เท้าไม่ดำ และไม่มีขนแผงบริเวณหลัง น้ำหนักตัวเต็มวัยประมาณ 200-500 กรัม เท้าหลังจะมีความยาวน้อยกว่า 41 มิลลิเมตร
3. หนูนาท้องขาวหรือหนูนา (Rice - field rat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rattus argentiventer (Robinson and Kloss) เป็นหนูที่มีขนาดปานกลาง น้ำหนักเมื่อโตเต็มวัยประมาณ 100-200 กรัม ขนตามลำตัวมีสีน้ำตาล เมื่อใช้มือลูบย้อนขนจะรู้สึกเจ็บมือ เนื่องจากมีขนแข็งสีขาวแทรกอยู่ ลักษณะแข็งกว่าปกติ มีขนสีดำพาดบนหลังเท้า
4. หนูนาหรือหนูสวน (Lesser rice - field rat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rattus losea (Swinhoe) เป็นหนูที่มีขนาดเล็กกว่าหนูนาท้องขาว น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 90-100 กรัม ขนตามลำตัวคล้ายหนูนาท้องขาว แต่นุ่มไม่มีขนชนิดแข็งแทรก ขนใต้ท้องเข้มออกดำ มีหน้าสั้นกว่าหนูนาท้องขาว
5. หนูหริ่งนาหางยาว (Ryukyu mouse) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mus caroli (Bonhote) เป็นหนูนาที่มีขนาดเล็กมาก น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ย 12 กรัม ขนใต้ท้องสีขาว ฟันหน้าด้านบนตรง ด้านล่างสีเข้มกว่าฟันหนูชนิดอื่น คือออกสีน้ำตาล จมูกสั้น เมื่อมองกระโหลกตรงๆ ทางด้านบนจะเห็นฟันหน้ายื่นเลยจมูก หางสองสี ด้านบนดำ ด้านล่างสีขาว หางยาวกว่าลำตัวและหัวรวมกัน
6. หนูหริ่งนาหางสั้น (Fawn - coloured mouse) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mus cervicolor (Hodgson) เป็นหนูนาที่มีขนาดเล็กพอๆกับหนูหริ่งนาหางยาว ความยาวของหางจะสั้นกว่าความยาวของหัวและลำตัวรวมกัน หางด้านบนสีเทา ด้านล่างสีขาว ท้องเทา เท้าสีขาว ฟันด้านล่างจะมีสีอ่อนกว่าหนูหริ่งชนิดแรก จมูกยาวและยื่นเกินฟันหน้า

ลักษณะการทำลาย
หนูจะกัดทำลายข้าวให้ได้รับความเสียหาย ตั้งแต่เริ่มหว่านข้าวไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว และในยุ้งฉาง โดยที่หนูจะกินเมล็ดข้าว หลังจากที่เกษตรกรหว่านข้าวลงในนาหรือในแปลงกล้า เมื่อข้าวงอกโตขึ้นมา หนูจะกัดทำลาย ทั้งกัดกินและกัดเพื่อลับฟันของมัน หนูชอบที่จะกัดทำลายเป็นที่สุด เมื่อข้าวอยู่ในระยะตั้งท้องถึงระยะออกรวง เพราะเป็นระยะที่ต้นข้าวออกรวง เพราะเป็นระยะที่ต้นข้าวมีความอวบหวาน ถ้าเป็นหนูพุก หรือหนูนาท้องขาวจะกัดต้นข้าวเป็นรอยเฉียงรูปปากฉลาม สูงจากพื้นดินประมาณ 10 ซม. ต้นข้าวจะขาดและล้มลงดิน แล้วมันถึงจะกัดกินเมล็ดข้าว แต่ถ้าเป็นหนูหริ่ง ซึ่งเป็นหนูที่มีขนาดเล็ก มันจะไต่ขึ้นต้นข้าวจนถึงคอรวงเพื่อกัดกินเมล็ดข้าว นอกจากหนูจะกัดกินข้าวเป็นอาหารแล้ว มันยังจะขนไปเก็บสะสมไว้ในรูหรือรัง เพื่อเป็นอาหารสำรองอีกด้วย

การป้องกันและกำจัด
1. การป้องกันกำจัดหนูโดยไม่ใช้สารเคมีก่อนการปลูกข้าว
1.1 ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในนาข้าว เช่น ปรับคันนาให้เล็กพอสำหรับที่จะกักน้ำได้เท่านั้น หรือลดจำนวนคันนาลง เนื่องจากคันนาใหญ่และจอมปลวกจะเป็นที่อยู่อาศัยอย่างดีของหนู กำจัดวัชพืชที่รกๆบริเวณคันนาข้าว จะทำให้หนูไม่มีที่หลบซ่อนกำบังจากศัตรูธรรมชาติ ประชากรหนูก็จะลดลงไปเอง (ประจง สุดโต และคณะ, 2525)
1.2 การขุดหนู โดยใช้จอบหรือเสียมจะสามารถกำจัดหนูได้ทั้งรังที่อยู่อาศัยของมัน แต่การขุดหนูมักจะเปลืองแรงงานและเวลา
1.3 การใช้หน้าไม้ ฉมวกหรือปืนแก๊บยิง ก็จะช่วยลดประชากรหนูลงได้บ้าง
1.4 การล้อมตีหนู บริเวณที่เป็นป่าละเมาะที่รกก่อนการปลูกข้าว สามารถล้อมหนูในบริเวณเหล่านั้น ให้เข้ามาอยู่ในวงแคบๆ แล้วค่อยๆ ใช้วัสดุต่างๆ เช่น ไม้ตีหนูได้โดยง่าย
1.5 อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติเพื่อกำจัดหนู เช่น งูชนิดต่างๆ นกแสก นกฮูก นกเค้าแมว เหยี่ยว พังพอน ล้วนเป็นศัตรูธรรมชาติคอยกำจัดหนู
2. การป้องกันกำจัดหนูโดยใช้สารเคมีก่อนการปลูกข้าว
2.1 ก่อนการปลูกข้าวประมาณ 2 สัปดาห์หรือในระหว่างการเตรียมดิน ควรใช้สารเคมีกำจัดหนูเพื่อลดประชากรของหนูให้เหลือน้อยลงมากที่สุด โดยใช้สารเคมีประเภทออกฤทธิ์เร็ว เช่น ซิงค์ฟอสไฟด์ผสมกับปลายข้าวในอัตราส่วนชองซิลมูริน 1 ส่วนต่อปลายข้าว 20 ส่วนโดยน้ำหนักเป็นเหยื่อพิษ นำเหยื่อพิษที่เตรียมไปวางตามร่องรอยที่พบตามคันนา หรือตามรูหนูที่พบในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะทุกๆ ระยะ 5-10 เมตร (ควรใช้แกลบคลุมเหยื่อพิษที่วาง เพื่อป้องกันความชื้นและล่อให้หนูมากินเหยื่อพิษมากขึ้น) การใช้สารเคมีประเภทออกฤทธิ์เร็วนี้ ถ้าใช้มากกว่า 1 ครั้ง หนูจะเกิดการเข็ดขยาดต่อเหยื่อพิษชนิดนี้ก็ได้ และจะไม่มากินเหยื่อพิษชนิดนี้อีก (เกษม ทองทวี และกรแก้ว เสือสะอาด, 2527) จึงควรเปลี่ยนมาใช้สารเคมีกำจัดหนูชนิดออกฤทธิ์ช้าได้ ซึ่งเป็นพวกที่หนูกินเพียงครั้งเดียวก็ตายได้ เช่น สะตอม (0.005%) คลีแร็ท (0.005%) หรือ เส็ด (0.005%) ซึ่งเป็นเหยื่อพิษสำเร็จรูป ในรูปก้อนขี้ผึ้งก้อนละประมาณ 5 กรัม หรือมีผสมใส่ถุงพลาสติกขนาดเล็กถุงละประมาณ 10 กรัม นำเหยื่อพิษสำเร็จรูปนี้ไปวางตามคันนา หรือแหล่งที่พบร่องรอยหนู โดยแต่ละก้อนหรือถุงวางห่างกันประมาณ 5-10 เมตร (เกษม ทองทวี และคณะ, 2528 ; เกษม ทองทวี และคณะ, 2525)
2.2 ระหว่างการปลูกข้าว เมื่อถึงระยะข้าวตั้งตัวได้แล้ว ให้ใช้เหยื่อพิษประเภทออกฤทธิ์ช้าดังกล่าว วางในนาข้าวที่ต้องการป้องกันกำจัดหนูเดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3 ครั้งก็เพียงพอแก่การควบคุมประชากรหนูได้ดี

รูปภาพประกอบ
หนูพุงใหญ่ หรือ หนูแผง
หนูพุงใหญ่ หรือ หนูแผง
หนูหริ่งหางยาว
หนูหริ่งหางยาว
หนูพุงเล็ก่
หนูพุงเล็ก
หนูนาท้องขาว
หนูนาท้องขาว
หนูหริ่งหางสั้น
หนูหริ่งหางสั้น
ทางเดินหนู
ทางเดินหน
นาที่ถูกหนูทำลาย
นาที่ถูกหนูทำลาย

เมนูหลัก ข้าว